ปี 2026 หลายประเทศ #ยุโรป เผชิญสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและสเปน เปลวไฟลุกลามเป็นวงกว้าง ส่วนหนึ่งเพราะไม่ใช่ไฟป่าธรรมดา แต่เป็น “ไฟป่าพรุ หรือไฟซอมบี้” (Zombie Fire) หรือที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Holdover Fire (ไฟป่าที่หลงเหลือ) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์และนักภูมิอากาศวิทยากำลังให้ความสนใจและกังวลอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจากวารสาร Nature, CBC News และหน่วยงานสังเกตการณ์สภาพภูมิอากาศ (Copernicus)ระบุว่า คือไฟป่าที่ไม่ได้ดับสนิทเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว แต่จะ “มุดลงใต้ดิน” และคุกรุ่น (Smoldering) อยู่ใต้ชั้นหิมะและน้ำแข็งตลอดช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน เมื่อฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนวนกลับมา หิมะละลายและสภาพอากาศแห้งขึ้น ไฟที่ซ่อนอยู่ใต้ดินนี้ก็จะปะทุกลับขึ้นมาบนผิวดินกลายเป็นไฟป่าครั้งใหม่ ราวกับซอมบี้ที่ฟื้นคืนชีพจากความตาย
กระบวนการเกิดปรากฏการณ์นี้มักเกิดในพื้นที่ที่มี “ชั้นดินพรุ” (Peatland) ซึ่งเป็นดินที่อุดมไปด้วยซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกันมานานนับพันปีและกักเก็บคาร์บอนไว้มหาศาล โดยเมื่อเกิดไฟป่าบนผิวดินในช่วงฤดูร้อน จากนั้นจะมุดลงใต้ดินเมื่อเข้าฤดูหนาว มีหิมะตกปกคลุม ไฟบนผิวดินดูเหมือนจะดับลง แต่ความร้อนยังคงเผาไหม้ชั้นดินพรุที่อยู่ลึกลงไปอย่างช้า ๆ ไร้เปลวเพลิง เนื่องจากดินพรุมีออกซิเจนแทรกซึมอยู่พอให้ไฟหล่อเลี้ยงตัวเองได้
เมื่อหิมะละลายในฤดูร้อนปีถัดมา ไฟที่คุกรุ่นอยู่ใต้ดินจะลามกลับขึ้นมาติดไฟบนผิวดินอีกครั้งในจุดเดิม หรืออาจลามใต้ดินไปโผล่ในจุดที่ห่างออกไปก็ได้ ไฟป่าพรุตรวจจับยากมาก ดาวเทียมจับภาพความร้อนมักมองไม่เห็นไฟที่ซ่อนอยู่ใต้หิมะหรือใต้ดินลึก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่รู้เลยว่ามีไฟซ่อนอยู่จนกว่ามันจะปะทุขึ้นมาดับยากและเปลืองทรัพยากร
ปัจจุบันภาวะโลกร้อน ทำให้ฤดูร้อนในอาร์กติกร้อนและแห้งแล้งยาวนานขึ้น ในขณะที่ฤดูหนาวก็อุ่นขึ้นและมีหิมะตกน้อยลง สภาพแวดล้อมเช่นนี้กลายเป็นสภาวะที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้ไฟป่ารอดชีวิตข้ามปีได้สำเร็จ
🌏 รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้ #โลกร้อน ! มีอะไรบ้างหาคำตอบกับ #TheVisual ในรูปแบบ #DataVisualization “เธอไม่เปลี่ยนแปลง ร้อนนี้จึงเปลี่ยนไป” 👉 www.thaipbs.or.th/TheVisualHeatwave
